2006/May/30

ตัวละครเอกของเรื่องคือ คิโยอากิ (ซาโตชิ ซึมาบูกิ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีใหม่ตระกูลมัตสึกาเอะ ที่ถูกหมั้นหมายไว้กับ ซาโตโกะ (ยูโกะ ทาเคอูจิ) ลูกสาวของตระกูลข้าหลวงโบราณอายากูระ เบื้องหลังการหมั้นหมายนั้นไม่มีข้อผูกมัดใดๆ อย่างเป็นทางการ แต่มีเหตุเนื่องมาจากตระกูลอายากูระประสบปัญหาด้านการเงิน และต้องไปพินอบพิเทาตระกูลมัตสึกาเอะอย่างไม่เต็มใจนัก

หนังเปิดเรื่องด้วยการเผยความในใจของบ้านอายากูระว่า ก่อนที่จะซาโตโกะ ลูกสาวจะเข้าเรือนหอกับลูกชายของมัตสึกาเอะ ตนจะให้ซาโตโกะได้เสียกับชายอื่นเสียก่อน และไม่มีทางจะทำให้พวกมัตสึกาเอะสมหวังเป็นอันขาด

เวลาเกือบ 10 ปีผ่านไป เด็กทั้งคู่เติบโตขึ้น และแผนก็ค่อยๆ กลับตาลปัตร ซาโตโกะที่ไม่ควรจะรักศัตรูตามความตั้งใจของพ่อ แต่เธอก็ดันมอบใจให้คิโยอากิ มัตสึกาเอะมานานแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนไปรักชายอื่นเสียด้วย

อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ทิฐิของผู้เป็นบิดาเท่านั้น ซาโตโกะพบว่า คิโยอากิ ก็ปิดกั้นตัวเองออกจากความสัมพันธ์ต่อตัวเธออย่างแน่นหนา เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างเอาอกเอาใจ และดูเหมือนจะแสดงความรักไม่ค่อยเป็น

เพื่อแสดงออกว่าตนเองรักฝ่ายตรงข้าม คิโยอากิสื่อด้วยการทำให้เธอเจ็บปวดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเขียนจดหมายไปบอกเธอว่า ตนเองเป็นคนเสเพลเพียงใด และไม่มีทางมาเหลียวแลคนอย่างเธอเด็ดขาด รวมถึงพยายามชักชวนเพื่อนสนิท ให้เข้าไปทอดสัมพันธ์กับเธอ

ครั้งหนึ่งซาโตโกะ ถามคิโยอากิว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร หากจู่ๆ เธอหายไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล คำตอบที่เธอได้รับก็คือ ความว่างเปล่า

คิโยอากิเป็นคนประเภท Self-destruction หรือชอบที่จะทำลายตัวเอง หลายครั้งที่คนดูรู้สึกว่า เขาเองก็มีใจให้กับหญิงสาว และเหมือนจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่เขาก็จะทำมันในวิธีการตรงกันข้ามตลอดเวลาอย่างไม่ลดละ เรื่องราวมันเริ่มต้นด้วยความเจ็บปวดเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ ซึมลึกลงเรื่อยๆ กว่าจะถอนคืน มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

แง่มุมความสับสนภายในจิตใจปรากฏเด่นชัดเสมอมาในงานเขียนของมิชิม่า ตัวละครของเขามักมีพฤติกรรมสวนทางกับความต้องการของตัวเอง นิยายเรื่องดังของเขาเรื่อง Confessions of a Mask ก็เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่ต้องทนทุกข์กับ หน้ากาก ที่ตนต้องสร้างขึ้นเพื่อการเข้าสังคม

มีบางคนบอกว่ามิชิม่าเป็นพวก Nihilism หรือไม่ยึดถือตัวตนหรืออะไรในโลกว่าเป็นจริง มองทุกอย่างเป็นมายาที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง แต่ชีวิตอีกด้านหนึ่ง มิชิม่าก็หลงใหลในตัวตนถึงขนาดไปเอาดีในการเล่นเพาะกาย และอย่างที่ทราบกันว่า เขาประกาศความยิ่งใหญ่ของตัวเองในท้ายที่สุดด้วยการกระทำอัตวินิบาตกรรม

คิโยอากิและซาโตโกะ มารู้สึกต้องการกันและกันในตอนที่ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะเป็นไปได้ ฝ่ายหลังได้หมั้นหมายไปกับองค์มกุฎราชกุมารเสียแล้ว ซึ่งทั้งสองตระกูลเห็นพ้องกันว่า ไม่ว่าอำนาจเงินทองเท่าใด ก็ไม่สามารถหลีกหนีจากอุปสรรคหนนี้ได้

คิโยอากิเริ่มนึกถึงความตายและการเกิดใหม่ในอีกภพ เขาได้ยินเรื่องเหล่านี้มาจากเจ้าชายเมืองสยาม ที่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด คิโยอากิบอกกับหญิงสาวว่า หากชาตินี้ ความพยายามของเขาไม่สัมฤทธิ์ผล เห็นทีจะต้องรอในชาติหน้า

ซาโตโกะนั้นไม่เคยหวั่นใจกับอุปสรรคใดๆ เลย เธอปักใจเชื่อมั่นตามบทกวีที่เธอได้อ่านสมัยยังเยาว์วัยว่า สายน้ำมักถูกก้อนหินขวางให้แยกจากกัน แต่วันหนึ่งมันก็จะกลับมาไหลรวมกันเสมอ

จุดเด่นที่สุดใน Spring Snow คือคนดูไม่ได้รับคำตอบที่แน่นอนนักว่า ตัวละครในเรื่องรู้สึกอย่างไรกันแน่กับการกระทำของตนเอง และถึงพวกเขาจะดิ้นรนต่อสู้เพียงไหน ก็สามารถเอาชนะอำนาจแห่งโชคชะตาไปได้

บรรยากาศของหนังนิ่งเงียบ อ้อยอิ่ง เหมือนการนั่งมองปราสาทหลังโอฬารพังทลายลงอย่างช้าๆ และไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยับยั้งได้ งานกำกับภาพของหลี่ผิงปิง เก็บรายละเอียดของธรรมชาติและศิลปะแบบนีโอ โรแมนติกในญี่ปุ่นได้สวยงาม การเคลื่อนกล้องเป็นไปอย่างไม่เร่งร้อน เพราะการดำเนินเรื่องเป็นเช่นนั้น

องค์ประกอบทุกอย่างถูกประดิดประดอยจนสวยงาม แม้ในฉากที่ซาโตโกะเจอซากศพสุนัขตายลอยน้ำมา ก็ไม่ได้ดูน่าขยะแขยง ซาโตโกะเองก็เข้าไปแตะซากศพอย่างอาทร

ความงามในความหมายของมิชิม่าคือ สิ่งซึ่งมีอายุสั้นๆ และแสนเปราะบาง เหมือนกับผีเสื้อ ที่ถ้าเพียงคว้ามือไปจับ ปีกของมันก็จะหัก และชีพจรมันก็จะดับพร้อมไปด้วย

เงื่อนไขของโลกโหดร้ายแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าทนไม่ได้หรืออยากอยู่เหนือมัน ทางออกเดียวที่ทำได้ เห็นจะเป็นความตายเท่านั้น

ขอบคุณเว็บ นสพ. ผู้จัดการออนไลน์ มากๆ ค่ะ

ใครที่ได้ไปดูกันมาแล้ว ก็มาเม้นไว้ได้เลยนะคะ T_T

2006/May/23

ไม่ได้อัพมาชาตินึง

คราวนี้เลยแก้ตัว กลับมาใหม่พร้อมกับเอาคำแปล

ซิงเกิลใหม่ของ 5 หนุ่มมากความสามารถอย่างอาราชิกั๊น

เธอต้องไม่เป็นไรแน่ [きっと大丈夫]

ขณะที่ฉันกำลังขับรถอยู่ในคืนนั้น ฉันยังคงสังเกตเห็นตะวันยามเย็นในท้องฟ้า
ปราศจากดวงดาว และแสงสว่างใด ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ
บอกฉันสิว่าเธออยากทำอะไรในวันหยุดสุดสัปดาห์
และเราจะมีอะไรกันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์
ทุกๆ วันของชีวิตฉันช่างโชคดี

โชคดีที่รัก โชคดี นี่เป็นงานสุดท้ายของฉันแล้ว
วันนี้ วันนี้ต้องสนุกสุดๆ ที่รัก
ลากๆ ถูๆ อารมณ์นี้แหละใช่เลย
ไม่ดีหรอ แต่ก็ไม่แย่นะ มันไม่ใช่รักหรอ

ถ้าฉันรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ ที่เคยจางหายไป เธอคงหัวเราะสินะ
ร่องรอยของฤดูกาลก่อนหายไป เหลือไว้แต่แสงสลัวท่ามกลางคลื่นทะเล
บอกลาที่แห่งนี้ที่สมาชิกทุกคนเคยนั่งคุยร่วมกัน
เก็บภาพทุกฉากทุกตอนของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ในใจทุกคน
แล้วก้าวต่อไปสู่วันพรุ่งนี้กันเถอะ

โชคดี ที่รัก โชคดี นี่ก็เป็นการเรียนหนังสือครั้งสุดท้ายของฉัน
วันนี้ วันนี้จะต้องสนุกสุดๆ จนโต้รุ่ง เลยน้อง
Scrape, scrape ในงานเลี้ยงแถวบ้าน
ไม่ดีหรอ แต่ก็ไม่แย่นะ มันไม่ใช่รักหรอ

ความฝันที่เคยมี อย่าทำมันหล่นหาย หรือละทิ้งมันไป
เอาล่ะ ดีที่สุดคือฉันควรเริ่มต้นใหม่นับจากศูนย์
แม้ว่าจะต้องล้มเหลวอีกสักกี่ครั้งก็ตาม

โชคดี ที่รัก โชคดี ความกระตือรือร้นมีผลยิ่งสำหรับงานประจำของฉัน
วันนี้ วันนี้ ปีนเขาที่สูงชันไปให้ถึงท้องฟ้าเลย
Scrape scrape, ระหว่างความปรารถนาด้านดีและด้านชั่ว
ความรู้สึกใดแรงกล้ากว่ากัน
ไม่ดีหรอ แต่ก็ไม่แย่นะ มันไม่ใช่รักหรอ

วันนี้สบายดีมั้ยน้อง? รุ่นพี่ช่างสุภาพเสียจริง
คำเชื้อเชิญที่เกือบจะเป็นคำสั่ง ฉันจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องดีแล้ว
L.U.C.K.Y. D.A.Y ผ่านไปเลยๆ
นี่คือโลกใบใหม่ รื่นเริงจริง
ทำไมไม่ลองเปลี่ยนที่นั่งดูบ้างล่ะ เลวๆๆ ตลอดเลย

เธอต้องไม่เป็นไรแน่!

หวังงว่าแฟนๆ คงได้ชม PV เพลงนี้กันไปแล้ว

น่ารักมากๆๆ เลย สดใสไลสุดๆ

ดูแล้วอยากเต้นตาม ยังงัยช่วยกันคอมเม้นท์เนื้อเพลงมาได้นะ

ขออภัยที่บางประโยคก็แปลแบบถูๆ ไถๆ เอา

(มั่วนั่นเอง 555)

2006/Apr/01

ตอนนี้ทางค่ายเพลงต้นสังกัดของอาราชิที่ญี่ปุ่น

ได้วางแผนจะจัดทัวร์คอนฯ ในเอเชียอยู่ค่ะ

ซึ่งประเทศที่จะไปเปิดแสดงแน่ๆ ก็คงเป็นไต้หวันค่ะ

สำหรับประเทศเรานั้น ทาง GMM Inter 

ที่เคยพา Tackey มาแสดงครั้งหนึ่งแล้วนั้น 

ต้องการขอดูกระแสก่อนค่ะ

aibasho ก็เลยอยากขอเชิญชวนเพื่อนๆ น้องๆ

ที่ยังไม่รู้ข่าว และชื่นชอบอาราชิ / หนูจุน /

โนะมี่(จากละครเรื่อง "รักหมดใจทรามวัยตัวจิ๋ว")

ไปช่วยตอบกระทู้ใน webboard ของ GMM Inter 

กันเยอะๆ นะคะ

http://www.gmminter.com/webboard/?category=gmminter

ฝันของเราจะได้เป็นจริงๆ กันซักที